PRAY FOR JAPAN "日本頑張って !!!! " ญี่ปุ่นสู้ๆ !!!!!
posted on 15 Mar 2011 21:33 by devil-inside-me006 : ญี่ปุ่น...สู้เค้านะ!



edit @ 17 Mar 2011 23:58:39 by ~TrisTaniA~



edit @ 17 Mar 2011 23:58:39 by ~TrisTaniA~

edit @ 31 Dec 2010 10:41:57 by ~TrisTaniA~
อันนี้เป็นเรื่องสั้นสิ้นคิดวันฮัลโลวีน จริงๆต้องลงตั้งแต่วันที่ 31 แต่มาลงตอนนี้ก็ถือเป็นควันหลงไปแล้วกัน
มันเป็นดาร์กสตอรี่ที่ค่อนข้างจะดาร์กเล็กๆเบาๆ และมีถ้อยคำหยาบคายพอสมควร ถ้าใครไม่ชอบก็ผ่านไป
ปล. ไม่ได้เขียนเรื่องสั้นนานแล้ว กลับมาเขียนอีกทีแล้วเขียนจบด้วย บร๊ะเจ้า !! (จุดพลุฉลอง)
//////////////
31 ตุลาคม เขาว่ากันว่าเป็นวันที่ความเหลื่อมล้ำของมิติแห่งโลกวิญญาณและโลกมนุษย์ใกล้ เคียงกันมากที่สุด เป็นวันที่สิ่งลี้ลับจากอีกโลกสามารถพบเห็นได้ง่ายในมิติของคนเป็น เช่นเดียวกับที่คนเป็นถูกดึงเข้าสู่โลกของคนตายได้อย่างง่ายดายและหายสาบสูญ ไปอย่างไร้ร่องรอย...
23.00 น. ณ บ้านทรงญี่ปุ่นโบราณหลังใหญ่หลังหนึ่งที่อยู่ห่างไกลความอึกทึกครึกโครมจากการเฉลิมฉลองในคืนฮัลโลวีน
“ เฮ้ย ! เร็วๆสิวะ เดี๋ยวใครมันก็มาเห็นเข้าหรอก ” โจรกระจอกนายหนึ่งส่งเสียงเอ็ดเพื่อนคู่หูขณะปีนป่ายขึ้นต้นไม้ใหญ่เพื่อ ข้ามต่อไปยังกำแพงสูง
“ ไอ้xxx ใครมันจะมาเห็นวะ บ้านแม่งอยู่ไกลหูไกลตาคนอย่างนี้เนี๊ย แถมกูรู้มาอีกว่าที่นี่มันไม่มีใครอยู่มาเป็นชาติแล้วด้วย จะกลัวใครมาเจอทำไม ” อีกคนย้อนแต่ก็ยังรีบปีนตามขึ้นไป
ป้าบ ! โจรกระจอกรายที่สองโดนรายที่สามตบจนหัวทิ่มฐานโง่แล้วยังไม่เจียม
“ ไอ้โง่ !! ถึงไม่มีคนอยู่ มันก็ยังมีคนคอยเข้ามาดูแลตลอดเว้ย เดี๋ยวมันโผล่มาเจอก็โดนยัดเข้าคุกกันหมดหรอก ”
ผู้ถูกกระทำได้แต่คลำหัวป้อยเถียงอุบอิบอยู่ในใจแต่ไม่กล้าเอ่ยออกมาตรงๆ เพราะดูแล้วขืนพูดอะไรต่อเขาคงจะโดนมากกว่าเบิ๊ดกะโหลก แล้วถ้าเขาจะขัดขืน ดูขนาดตัวเมื่อเทียบกับคนตรงหน้ามันก็ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด อีกฝ่ายเหมือนหมีควายตัวใหญ่แต่เขาดูไม่ต่างอะไรกับไม้ซุงท่อนเล็กๆ ไม่ว่าจะเอาชนะทางไหนยังไงก็เสียเปรียบชัดๆ
ฝ่าเท้าสามคู่กระโดดลงจากกำแพงสูงย่ำลงสู่พื้นหญ้าอย่างพยายามๆจะแผ่วเบา แต่ลืมมันไปซะเถอะเมื่อหนึ่งในสามมีขนาดตัวใหญ่เกินมาตรฐานมากนัก
ตุบ ! เพล้ง !!
ชิบหายล่ะ !!..... สามโจรมองหน้ากันเลิกลั่กเมื่อหนึ่งในนั้นกระโดดลงมาโดนกระถางต้นไม้เข้า อย่างจัง แต่เมื่อบรรยากาศรอบด้านยังคงเงียบกริบไม่มีวี่แววของใครอื่นที่จะออกมา เพราะเสียงดังโครมคราม ทั้งสามก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ
บ้านญี่ปุ่นโบราณอายุอานามปาไปหลายร้อย ยามกลางวันใครได้มาเห็นต่างก็ต้องบอกว่าสวยงามกลมกลืนกับป่าเขาลำเนาไพรที่ อยู่เคียงข้าง สวย....แต่น่าแปลกใจที่ไม่มีใครอาศัยอยู่ จะมีก็แต่คนที่คอยมาดูแลบ้านที่อาศัยอยู่ห่างๆออกไป แต่ถึงจะน่าแปลกใจแต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่จะสนใจในตอนนี้ ที่พวกเขาสนคือทรัพย์สินของมีค่าที่ยังคงอยู่ในบ้านหลังนี้ต่างหาก บ้านเก่า ข้าวของก็ต้องเก่า นั่นหมายความว่าจะต้องขายได้ราคาสูงลิบในตลาดมืด สามโจรผู้ฉกฉวยโอกาสงามที่ผู้คนส่วนมากให้ความสนใจกับความรื่นเริงของเทศกาล แอบแฝงตัวปีนป่ายงัดแงะเข้าสู่บ้านเดี่ยวหลังงามไม่มีผู้อาศัยแล้วยังจะอยู่ ไกลตาผู้คน เหมือนมีกองสมบัติกองล่ออยู่ตรงหน้าไม่เอาเวลานี้กอบโกยแล้วจะเอาเวลาไหนกัน ล่ะ
ก้าวเข้าสู้บริเวณบ้าน บรรยากาศรอบข้างวังเวงและเงียบกริบ สามร่างเคลื่อนไหวกายไปตามเงามืดสองมือกระชับอุปกรณ์หากินขึ้นเตรียมพร้อม บ้านที่ไม่มีคนอยู่ก็เหมือนหีบสมบัติที่ไม่ได้ล๊อค นึกจะเปิดก็เปิดได้ง่ายๆที่เหลือก็แค่ขนข้าวของออกไปตามใจอยาก การขนย้ายเป็นไปอย่างไม่เร่งรีบ แต่ละคนหยิบฉวยแล้วเพ่งพินิจทรัพย์สินในบ้านพลางตีราคาอย่างสบายอารมณ์ หมายมั่นว่าหากคืนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยก็คงได้กลับมาเยือนที่นี่อีกในเร็ว วัน
กุกกักๆ !!
“ เฮ้ย ! ได้ยินเสียงอะไรรึเปล่าวะ ” โจรหนุ่มผู้เด็กสุดในกลุ่มชะงักกึก
“ เสียงอะไรวะ กูไม่เห็นได้ยิน ...... เว๊ย เฮ้ย !! ดูแจกันนี่ดิลายทองซะด้วยจะขายได้เท่าไหร่วะเนี๊ย ” โจรกระจอกเบอร์สองไม่สนใจ สองมือเอาแต่ลูบคลำแจกันใบเขื่องที่วาดลวดลายด้วยเส้นสีทองอร่าม แม้มีแค่แสงไฟเพียงนิดจากกระบอกไฟฉายมากระทบมันก็ยังดูงดงามแม้ในที่สลัว
“ กูบอกแล้วว่าอย่าเอาไอ้นี่มา แม่งน่ารำคาญ ” พี่บึกสุดในกลุ่มเริ่มหงุดหงิด เหล่มองอย่างไม่สบอารมณ์
“ แสรดดด....ด กูได้ยินจริงๆนะเว๊ย ”
กุกกักๆ กึก...กึก...
ไม่ทันขาดคำ เสียงปริศนาก็ดังขึ้นอีกครั้ง ทุกคนหันขวับไปทางที่มาของเสียงชะงักมือที่กำลังหยิบฉวยลงอย่างพร้อมเพรียง
“ นั่นไง.... ” โจรหนุ่มรีบบอก
“ ชู่ว..... กูได้ยินแล้ว มึงจะเอะอะทำไมวะ ”
“ คนดูแลบ้านรึเปล่า แม่งเสือกจะมาทำไมตอนนี้เนี๊ย ”
“ จะเป็นใครกูไม่สน แต่กูไม่ยอมโดนจับแน่ ถ้ายุ่งยากนักก็ฆ่าแม่ง ” โจรร่างใหญ่บอกเสียงเหี้ยม กระชับมีดในมือแน่น
ไฟฉายทุกกระบอกถูกปิดจนทุกอย่างตกอยู่ในความมืด มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องลอดกรอบประตูระเบียงเข้ามาให้เห็นภายในเพียงลางๆ เสียงกุกกักและเสียงฝีเท้าค่อยๆดังเรื่อยมาจนมาหยุดอยู่หน้าห้อง ทั้งสามเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่อย่างเงียบกริบ แม้แต่ลมหายใจก็ยังถูกบังคับให้ระบายออกมาเพียงแผ่วเบา อุณหภูมิรอบด้านลดลงตั้งแต่เมื่อไรไม่มีใครทันได้รู้สึก
แอ๊ดดดดดด......ด...ด
ประตูห้องถูกเลื่อนเปิด พร้อมๆกับเงาร่างที่เคลื่อนกายเข้ามาในความมืดสลัว เมื่อร่างนั้นกระทบเข้ากับแสงจันทร์สิ่งที่สามโจรได้เห็นคือใบหน้าสวยได้รูป ราวกับภาพวาด รูปร่างสะโอดสะองน่ามอง จะเสียก็แต่พอเคลื่อนมองต่ำตั้งแต่ลำคอขาวลงมาสิ่งที่เห็นก็คือหน้าอกที่แบน เรียบสนิท หาได้มีสิ่งที่สามโจรผู้หื่นกระหายคาดหวังไม่ หนึ่งในนั้นถึงกับฝันสลาย สบถอยู่ในใจ หน้าตาดีแต่แม่งเอ๊ย...นี่มันผู้ชายชัดๆ !!
หนุ่มน้อยหน้ามนสาวเท้าเข้ามาในห้องเงียบๆ ชุดกิโมโนที่สวมใส่ยิ่งทำให้เขาดูราวกับบุคคลที่หลุดออกมาจากภาพวาดญี่ปุ่น ยุคเก่าที่หาได้ยาก ถ้าไม่ติดว่ากำลังตะลึงหนึ่งในกลุ่มโจรคงสบถออกมาดังๆว่าไอ้บ้านี่มันมาจาก ไหนถึงได้แต่งตัวยังกับหลุดออกมาจากโรงละคร รึว่านี่จะเป็นอีกแฟชั่นหนึ่งของการแต่งแฟนซีวันฮัลโลวีน แต่เดี๋ยวนะ....บ้านนี้ไม่มีคนอยู่ แล้วเจ้าหนุ่มนี่ก็ไม่น่าใช่คนอาศัย แล้วมันมาทำไมวะค่ำๆมืดๆ
ฝีเท้าแผ่วเบายังคงย่ำเข้ามาในห้องเรื่อยๆ ตัวเจ้าของก็ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่ได้ตระหนักถึงชายอีกสามคนที่ ล่วงล้ำเข้ามาฉกฉวยสิ่งของในบ้าน ริมฝีปากพึมพำถ้อยคำที่ยากจะได้ยินได้อย่างชัดเจน
“............อีกแล้ว............................คนเดียว........ ”
“ เฮ้ย แก !! ” โจรร่างยักษ์ผู้หลุดออกจากภวังค์ก่อนใคร ตระโกนกร้าวท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด แต่การเรียกร้องความสนใจก็ยังไม่เป็นผลเมื่อหนุ่มน้อยไร้ที่มาไม่แม้แต่จะ หันมองต้นเสียง เขาเดินช้าๆไปทั่วห้องและยังคงบ่นพึมพำกับตัวเองเหมือนเดิม
“ ...............คนเดียว...........คนเดียว................อีกแล้วนะ.....”
พี่บึ๊กฉุนเฉียวในทันใดเมื่อตนถูกเมิน โจรรายที่สองผู้รู้สึกตัวตามมาติดๆกระโดดออกจากเงามืดแล้วล็อคคอเด็กหนุ่ม ไว้จากทางด้านหลัง
“ อย่าขยับ ! แกเป็นใคร มาจากไหนวะ ....ชิบเป๋ง ตัวแม่งเย็นชะมัด !! ” โจรเบอร์สองตวาดเสียงดัง
“ อยู่เงียบๆ อย่าโวยวายนะมึง ขืนแหกปากกูแทงไส้ทะลัก ” ใบมีดคมกริบถูกกวัดแกว่งไปมาอยู่ตรงหน้าเป็นการขู่
ท่าทีหนุ่มน้อยยังคงนิ่งเฉยแต่นัยน์ตาเบิ่งกว้าง เขาไม่ได้ตกใจเพราะหวาดกลัวหากแต่ประหลาดใจเพราะคาดไม่ถึงกับสิ่งที่กำลังเจอ
“ เฮ้ย ! มึงไปเอาเชือกมามัดมันไว้ก่อนดิ๊ แล้วหาอะไรมาอุดปากมันไว้ด้วย เกิดมันร้องโวยวายขึ้นมาจะซวยกันหมด ” โจรผู้ล๊อคคอเหยื่อร้องสั่งอีกคนที่เหลือ
“ ถึงร้องไปก็ไม่มีใครได้ยินหรอก บ้านนี้อยู่ห่างบ้านอื่นออกมาซะไกลขนาดนี้ แต่ดูมันดีๆแล้วกันกูจะขนของต่อล่ะ ”
“ เออจริง แล้วแม่งโผล่มาจากไหนคนเดียววะ ”
กลุ่มโจรพูดคุยกันเองไม่ทันสังเกตเด็กหนุ่มที่ก้มหน้านิ่ง โจรหนุ่มที่มักจะตกเป็นเบี้ยล่างของคนอื่นในกลุ่มอยู่เสมอคว้าเชือกแล้วตรง เข้าไปยังหนุ่มน้อยที่ดวงซวยมาเจอพวกตน ทันใดนั้นเขาสังเกตเห็นว่าคนตรงหน้าแสยะยิ้มและหัวเราะในลำคอขึ้นเบาๆ เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเข้าพอดี วูบหนึ่งที่คนเป็นโจรเองกลับต้องรู้สึกขนลุกและกลัวจับขั้วหัวใจริมฝีปากได้ รูปยังคงแย้มยิ้ม นิ้วมือที่ขาวซีดยกขึ้นแตะท่อนแขนที่ล๊อคคอตน สัมผัสที่เย็นเฉียบทำเอาคนถูกจับต้องสะดุ้ง
“ ......ใช่ไหม ?........สินะ..... ” หนุ่มน้อยพึมพำตามด้วยเสียงหัวเราะ เหลือบมองคนที่ล๊อคคอตัวเองแล้วหันกลับมามองคนที่กำลังเดินเข้าไปหาพร้อม เชือกในมือด้วยสีหน้าระรื่น
.
.
.
.
.
.
“ เจ้ามองเห็นข้าใช่ไหม ? ”
.
.
.
.
“ หัวเราะXXอะไรวะ หรือมันกลัวจนเป็นบ้าไปแล้ว ” โจรกระจอกร่างหมีควายชะงักการกวาดของมีค่าใส่ถุง หันไปมองเพื่อนโจรอย่างไม่สบอารมณ์
หนุ่มน้อยที่เคยถูกจับกุมกลายเป็นคนที่กุมคออีกฝ่ายเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว ร่างสูงใหญ่ของหนึ่งโจรที่แม้จะใหญ่ไม่เท่าเพื่อนอีกคนถูกยกขึ้นสู่อากาศ สองมือตะเกียกตะกายพยายามแกะมือที่กุมอยู่รอบคอ แต่มือเดียวที่ซีดขาวนั่นก็หาได้กระทบกระเทือนไม่ เยื้องไปอีกหน่อยคือโจรที่มีร่างเล็กสุดนั่งทรุดกองอยู่กับพื้น ตัวสั่นเทาดวงตาเบิ่งโพลงจดจ้องอยู่ที่เด็กหนุ่มตรงหน้า นัยน์ตาที่หันไปสบเข้าเมื่อครู่ อยู่ๆก็ซีดลงจนกลายเป็นสีขาวขุ่น แม้จะมีร่องรอยของความพอใจที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นให้เห็นในแววตา แต่นั่นก็ไม่ใช่ตาของมนุษย์ มันดูไร้ชีวิตมากเกินไปราวกับศพที่ตายไปนานแล้ว
เด็กหนุ่มหันมองโจรร่างยักษ์พลางแสยะยิ้ม มือของเขาบีบค้างอยู่ที่คอเพื่อนโจรอีกคนเหมือนเดิม ไม่ได้บีบแรงขึ้นแต่ก็ไม่ได้อ่อนแรงลง ปล่อยให้ตะเกียกตะกายด้วยความทรมานอยู่อย่างนั้น
“ เจ้าเองก็มองเห็นข้าเหมือนกันสินะ....”
ตุบ...
ร่างโจรถูกปล่อยลงนอนกองกับพื้น ไอสำลักอยู่ครู่พยายามสูดเอาอากาศเข้าไปเต็มปอด ให้ตาย.... เด็กนั่นมันตัวบ้าอะไร วูบเดียวก็รู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาซะเฉยๆ แล้วอยู่ๆก็ถูกคว้าคอขึ้นง่ายๆซะอย่างนั้น ดิ้นแทบตายแต่ไม่มีทีท่าว่าจะหลุดออกจากอุ้งมือนั่นได้เลยซักนิดเดียว
“ มองเห็นข้ากันทุกคนเลยใช่ไหม ? ”
เด็กหนุ่มยิ้มหวานที่ชวนขนหัวลุก แม้แต่โจรร่างใหญ่เหมือนหมีควายยังรู้สึกได้ว่ามันมีอะไรน่าหวั่นเกรงกว่า แค่ที่ตาเห็น เขาเองก็ไม่รู้ทำไมว่าร่างเล็กๆข้างหน้านั่นกลับทำให้อาการห่ามเมื่อครู่ลด ลงและขาทั้งสองข้างก็ดันก้าวไม่ออก
อาจจะเพราะตั้งแต่สบตาสีขาวขุ่นนั่น ก็รู้ตัวแล้วว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคงไม่ใช่คน...
“ เห็น.....สินะ ” วูบเดียวร่างของเด็กหนุ่มก็มาปรากฏขึ้นตรงหน้า ดวงตาขาวขุ่นเงยขึ้นจดจ้องพร้อมด้วยยิ้มแสยะอย่างถูกใจ
“ อยู่คนเดียวมาตั้งหลายร้อยปี รู้รึเปล่าว่ามันเหงามากเลยนะ ”
“ นานๆจะมีคนมาที่นี่ที แต่ข้าที่มองเห็นพวกนั้นแค่ฝ่ายเดียวมันจะมีประโยชน์อะไร ”
ฉึกกก......ก ใบมีดคมกริบเสียบเข้าทะลุท้องผู้เคยเป็นเจ้าของ เสียงร้องดังลั่นขึ้นทันทีที่สติกลับคืนร่าง
“ ก....แก... ” ร่างใหญ่ฝืนความกลัวในอกเงื้อมือชกใส่คนตรงหน้าไปเต็มแรง แต่ท่อนแขนกำยำกลับถูกคว้าเอาไว้อย่างง่ายดาย
“ เวลาเล่น...มันไม่สนุกหรอก ”
ฉึกกก....ก ใบมีดถูกแทงซ้ำอีกครั้งเข้าที่เก่า ร่างยักษ์ร้องโหยหวนขึ้นอีกครั้ง
"ไส้ยังไม่ทะลักเลย แค่นี้ร้องซะลั่น ใจเสาะจัง "
หนุ่มน้อยยิ้มแสยะ กรีดใบมีดจากจุดเดิมไปอีกทางจนกลายเป็นแผลกว้าง หน้าท้องเปิดออกเลือดไหลนองทะลัก พอสะบัดใบมีดเลือดสดๆก็กระเซ็นไปถูกโจรอีกคนที่นั่งตัวสั่นอยู่กับพื้น เขาเป็นแค่โจรกระจอกธรรมดางัดแงะลักเล็กขโมยน้อยเข้าบ้านคนอื่นไปเรื่อย เปื่อย ไม่เคยคิดถึงขั้นจะต้องไปปล้นฆ่าทำร้ายใคร และไม่เคยคิดว่าจะได้มาเจอกับฉากฆาตกรรมสดๆตรงหน้า ถ้าเด็กนี่เป็นคน มันก็คือฆาตกรโรคจิตที่ดูจะเริ่มสนุกสนานกับการได้ละเลงเลือด เขาอยากไปจากที่นี่ แต่ขาทั้งสองข้างกลับไม่ยอมทำตามที่สมองสั่ง และที่แย่กว่านั้นคือเด็กนี่ไม่ใช่คน ดูได้จากนัยน์ตานั่นและการที่อยู่ๆก็หายตัวจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้ใน พริบตา ถ้าหากเขาคิดจะหนี....ก็ยังมองไม่เห็นว่าจะหนีไปได้ยังไง
เสียงขยับดังขึ้นข้างๆกาย เพื่อนโจรอีกคนที่เหลือรอดพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น รอบคอกายเป็นสีคล้ำและเรี่ยวแรงดูเหมือนจะโดนสูบหายไปหมด ทั้งๆที่มีร่างกายกำยำมากกว่าหนุ่มนั้นอยู่หลายขุมแต่กลับไม่สามารถต่อสู้ ขัดขืนได้เลยแม้แต่นิด เป็นที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนแล้วว่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้าหาใช่มนุษย์ปกติธรรมดาไม่
โจรเบอร์สองโซซัดโซเซไป ที่ประตูทางออก แค่เอื้อมมือเดียวก็ถึงประตูที่อยู่ข้างหน้า แต่ก็ถูกกระชากกลับมาหงายหลังล้มตึงที่พื้นห้องอีกครั้ง พร้อมกันนั้นมีดเล่มเดียวกันกับที่กรีดท้องเพื่อนก็ปักเข้าที่ฝ่ามือตนจน เกือบมิด เสียงร้องระงมดังไปทั่วบ้านปะปนไปกับเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นเรื่อยๆอย่าง สนุกสนาน
กลัว....กลัว โจรกระจอกรายสุดท้ายตัวสั่นเทิ้ม รู้สึกตัวแน่แล้วว่าไม่พ้นเดี๋ยวตัวเองจะต้องเป็นรายต่อไป มันเป็นความซวยของพวกเขาที่เลือกเข้าผิดบ้านแค่เพราะได้ยินว่าไม่มีใครอาศัย อยู่ เขารู้แล้วว่าจริงๆมันไม่ใช่ไม่มีใครอยู่แต่ที่นี่ใครก็อยู่ไม่ได้ต่างหาก นั่นเพราะที่นี่มีเจ้าสิ่งนี้อยู่ในบ้านมานานหลายร้อยปี เขาเหลือบมองสองร่างของเพื่อนโจรที่นอนดิ้นทุรนทุราย ไม่มีใครตายแต่ต่างก็เจ็บปวดทรมานแสนสาหัส ความกลัวในหัวใจไม่อาจควบคุมไว้ได้อีกต่อไป มันแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งทางร่างกาย สีหน้า และแววตา....
“ มันไม่สนุก.... เพราะมันไม่มีใครมองข้าด้วยสายตาแบบนี้ยังไงล่ะ ” เสียงเย็นเยียบกระซิบเข้าข้างหู และใบมีดเย็นเฉียบก็จรดเข้าที่ลำคอ.....
.
.
.
.
.
“วันฮัลโลวีน มันดีอย่างนี้เองสินะ ดีจังเลย ”
เสียงหัวเราะใสๆดังกังวานไปทั่ว ไกลออกไปหน่อยข้างนอกนั่นกำลังมีงานเลี้ยงฉลองที่สนุกสนานรื่นเริง มีดนตรี มีเสียงอึกทึก ในบ้านนี้แม้ไม่มีดนตรีแต่ก็มีเพื่อนฉลอง มีเสียงร้องและเรื่องสนุกๆเกิดขึ้นไม่แพ้กันเลยเชียว คืนนี้ไม่เหงาแล้วนะ
“ ไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกแล้ว ”
“Happy Halloween”
END.
///////////////////
(-w- ) ฟิ้วววววววว เผ่นนนนนน
edit @ 7 Nov 2010 14:53:10 by ~TrisTaniA~