บล๊อกของคุณภูภู่ค่ะ ก็เลยออกมาเป็น 2 ภาพนี้ ไม่ได้วาดลงบล๊อกนาน ถือโอกาสปัดฝุ่นไปด้วยเลย แหะ
 
ฝีมือบ้านๆแต่อยากวาดกะเค้าด้วย เป็นกำลังใจให้ชาวญี่ปุ่นและทุกๆคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยนะคะ สู้ๆ
 
 
 
 
และ....
 
 
 
ไหว้อธิษฐานแบบไทยๆ ขอให้เรื่องร้ายๆผ่านไปและนับจากนี้ขอให้มีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้น ญี่ปุ่นสู้้ๆ !!
 
 
edit : มาเพิ่มอีกรูปค่ะ แหะๆ
 
JAPAN FIGHTING !!!
 
 

edit @ 17 Mar 2011 23:58:39 by ~TrisTaniA~

สวัสดีปีกระต่าย !!! ^^

posted on 31 Dec 2010 10:38 by devil-inside-me
 
 
 
 
พาน้องกระต่ายมาสวัสดีปีใหม่ค้าบบบบบ ^^

Happy New Year 2011 !!

สุขสันต์วันปีใหม่ ขอให้มีความสุขกาย สบายใจ
ปราศจากทุกข์โศก โรคภัยทั้งหลายทั้งปวง

ขอเทพไท้อวยชัยให้สมหวัง มีความสุขถ้วนหน้าทุกคืนวัน
ขอให้ปีใหม่ คิดดี ทำดี และพบเจอแต่สิ่งดีๆ ตลอดปี และตลอดไป ขออวยชัยให้มีสุขสมหวัง มีพลังในการต่อสู้ สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยเงินทอง

มีความรักที่ดี เจอคนที่ดีๆทุกๆคนนะคะ (^w^)
 
 

edit @ 31 Dec 2010 10:41:57 by ~TrisTaniA~

ห่างหายไปนานมากกกกกกกกกกกกกก
 
อันที่จริงก็ยังคงวนเวียนอยู่แถวๆนี้เป็นพักๆ เพียงแต่ไม่ได้มาอัพอะไรในบล๊อคตัวเองก็เท่านั้น แหะๆ (ปัดๆ ฝุ่น) - -!!
 
เอา SF ย้อนหลังฮัลโลวีนมาลงก่อน  แล้วเดี๋ยวมาสังคายนาตบแต่งบล๊อกใหม่อีกที เห็นช่วงนี้เอ๊กซ์ทีนมีกิจกรรมน่าเล่นเกิดขึ้นเยอะแยะเชียว จะร่วมด้วยประเดี๋ยวก็จะดองซะอีก  เอาไงดีน้าาาา....า
 

อันนี้เป็นเรื่องสั้นสิ้นคิดวันฮัลโลวีน จริงๆต้องลงตั้งแต่วันที่ 31 แต่มาลงตอนนี้ก็ถือเป็นควันหลงไปแล้วกัน

มันเป็นดาร์กสตอรี่ที่ค่อนข้างจะดาร์กเล็กๆเบาๆ และมีถ้อยคำหยาบคายพอสมควร ถ้าใครไม่ชอบก็ผ่านไป

 

ปล. ไม่ได้เขียนเรื่องสั้นนานแล้ว  กลับมาเขียนอีกทีแล้วเขียนจบด้วย บร๊ะเจ้า !!  (จุดพลุฉลอง)

 

//////////////

 

 

31 ตุลาคม เขาว่ากันว่าเป็นวันที่ความเหลื่อมล้ำของมิติแห่งโลกวิญญาณและโลกมนุษย์ใกล้ เคียงกันมากที่สุด เป็นวันที่สิ่งลี้ลับจากอีกโลกสามารถพบเห็นได้ง่ายในมิติของคนเป็น เช่นเดียวกับที่คนเป็นถูกดึงเข้าสู่โลกของคนตายได้อย่างง่ายดายและหายสาบสูญ ไปอย่างไร้ร่องรอย...

 

23.00 น. ณ บ้านทรงญี่ปุ่นโบราณหลังใหญ่หลังหนึ่งที่อยู่ห่างไกลความอึกทึกครึกโครมจากการเฉลิมฉลองในคืนฮัลโลวีน 

 

“ เฮ้ย ! เร็วๆสิวะ เดี๋ยวใครมันก็มาเห็นเข้าหรอก ”  โจรกระจอกนายหนึ่งส่งเสียงเอ็ดเพื่อนคู่หูขณะปีนป่ายขึ้นต้นไม้ใหญ่เพื่อ ข้ามต่อไปยังกำแพงสูง

 

“ ไอ้xxx ใครมันจะมาเห็นวะ บ้านแม่งอยู่ไกลหูไกลตาคนอย่างนี้เนี๊ย แถมกูรู้มาอีกว่าที่นี่มันไม่มีใครอยู่มาเป็นชาติแล้วด้วย จะกลัวใครมาเจอทำไม ”  อีกคนย้อนแต่ก็ยังรีบปีนตามขึ้นไป

 

ป้าบ !  โจรกระจอกรายที่สองโดนรายที่สามตบจนหัวทิ่มฐานโง่แล้วยังไม่เจียม

 

“ ไอ้โง่ !! ถึงไม่มีคนอยู่ มันก็ยังมีคนคอยเข้ามาดูแลตลอดเว้ย เดี๋ยวมันโผล่มาเจอก็โดนยัดเข้าคุกกันหมดหรอก  ” 

 

          ผู้ถูกกระทำได้แต่คลำหัวป้อยเถียงอุบอิบอยู่ในใจแต่ไม่กล้าเอ่ยออกมาตรงๆ เพราะดูแล้วขืนพูดอะไรต่อเขาคงจะโดนมากกว่าเบิ๊ดกะโหลก แล้วถ้าเขาจะขัดขืน ดูขนาดตัวเมื่อเทียบกับคนตรงหน้ามันก็ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด  อีกฝ่ายเหมือนหมีควายตัวใหญ่แต่เขาดูไม่ต่างอะไรกับไม้ซุงท่อนเล็กๆ ไม่ว่าจะเอาชนะทางไหนยังไงก็เสียเปรียบชัดๆ

 

          ฝ่าเท้าสามคู่กระโดดลงจากกำแพงสูงย่ำลงสู่พื้นหญ้าอย่างพยายามๆจะแผ่วเบา  แต่ลืมมันไปซะเถอะเมื่อหนึ่งในสามมีขนาดตัวใหญ่เกินมาตรฐานมากนัก  

 

ตุบ !  เพล้ง !! 

 

ชิบหายล่ะ !!.....  สามโจรมองหน้ากันเลิกลั่กเมื่อหนึ่งในนั้นกระโดดลงมาโดนกระถางต้นไม้เข้า อย่างจัง  แต่เมื่อบรรยากาศรอบด้านยังคงเงียบกริบไม่มีวี่แววของใครอื่นที่จะออกมา เพราะเสียงดังโครมคราม  ทั้งสามก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ

 

          บ้านญี่ปุ่นโบราณอายุอานามปาไปหลายร้อย ยามกลางวันใครได้มาเห็นต่างก็ต้องบอกว่าสวยงามกลมกลืนกับป่าเขาลำเนาไพรที่ อยู่เคียงข้าง  สวย....แต่น่าแปลกใจที่ไม่มีใครอาศัยอยู่ จะมีก็แต่คนที่คอยมาดูแลบ้านที่อาศัยอยู่ห่างๆออกไป  แต่ถึงจะน่าแปลกใจแต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่จะสนใจในตอนนี้  ที่พวกเขาสนคือทรัพย์สินของมีค่าที่ยังคงอยู่ในบ้านหลังนี้ต่างหาก  บ้านเก่า ข้าวของก็ต้องเก่า  นั่นหมายความว่าจะต้องขายได้ราคาสูงลิบในตลาดมืด สามโจรผู้ฉกฉวยโอกาสงามที่ผู้คนส่วนมากให้ความสนใจกับความรื่นเริงของเทศกาล แอบแฝงตัวปีนป่ายงัดแงะเข้าสู่บ้านเดี่ยวหลังงามไม่มีผู้อาศัยแล้วยังจะอยู่ ไกลตาผู้คน  เหมือนมีกองสมบัติกองล่ออยู่ตรงหน้าไม่เอาเวลานี้กอบโกยแล้วจะเอาเวลาไหนกัน ล่ะ

 

          ก้าวเข้าสู้บริเวณบ้าน บรรยากาศรอบข้างวังเวงและเงียบกริบ สามร่างเคลื่อนไหวกายไปตามเงามืดสองมือกระชับอุปกรณ์หากินขึ้นเตรียมพร้อม  บ้านที่ไม่มีคนอยู่ก็เหมือนหีบสมบัติที่ไม่ได้ล๊อค นึกจะเปิดก็เปิดได้ง่ายๆที่เหลือก็แค่ขนข้าวของออกไปตามใจอยาก  การขนย้ายเป็นไปอย่างไม่เร่งรีบ  แต่ละคนหยิบฉวยแล้วเพ่งพินิจทรัพย์สินในบ้านพลางตีราคาอย่างสบายอารมณ์ หมายมั่นว่าหากคืนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยก็คงได้กลับมาเยือนที่นี่อีกในเร็ว วัน

 

กุกกักๆ !!

 

“ เฮ้ย ! ได้ยินเสียงอะไรรึเปล่าวะ  ”  โจรหนุ่มผู้เด็กสุดในกลุ่มชะงักกึก 

 

“ เสียงอะไรวะ กูไม่เห็นได้ยิน ...... เว๊ย เฮ้ย !! ดูแจกันนี่ดิลายทองซะด้วยจะขายได้เท่าไหร่วะเนี๊ย  ”  โจรกระจอกเบอร์สองไม่สนใจ  สองมือเอาแต่ลูบคลำแจกันใบเขื่องที่วาดลวดลายด้วยเส้นสีทองอร่าม  แม้มีแค่แสงไฟเพียงนิดจากกระบอกไฟฉายมากระทบมันก็ยังดูงดงามแม้ในที่สลัว

 

“ กูบอกแล้วว่าอย่าเอาไอ้นี่มา  แม่งน่ารำคาญ ” พี่บึกสุดในกลุ่มเริ่มหงุดหงิด เหล่มองอย่างไม่สบอารมณ์

 

“ แสรดดด....ด  กูได้ยินจริงๆนะเว๊ย  ”

 

กุกกักๆ  กึก...กึก...

 

          ไม่ทันขาดคำ  เสียงปริศนาก็ดังขึ้นอีกครั้ง  ทุกคนหันขวับไปทางที่มาของเสียงชะงักมือที่กำลังหยิบฉวยลงอย่างพร้อมเพรียง

 

“ นั่นไง.... ” โจรหนุ่มรีบบอก

 

“ ชู่ว..... กูได้ยินแล้ว  มึงจะเอะอะทำไมวะ ”

 

“ คนดูแลบ้านรึเปล่า  แม่งเสือกจะมาทำไมตอนนี้เนี๊ย  ”

 

“ จะเป็นใครกูไม่สน แต่กูไม่ยอมโดนจับแน่ ถ้ายุ่งยากนักก็ฆ่าแม่ง  ” โจรร่างใหญ่บอกเสียงเหี้ยม  กระชับมีดในมือแน่น 

 

          ไฟฉายทุกกระบอกถูกปิดจนทุกอย่างตกอยู่ในความมืด  มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องลอดกรอบประตูระเบียงเข้ามาให้เห็นภายในเพียงลางๆ เสียงกุกกักและเสียงฝีเท้าค่อยๆดังเรื่อยมาจนมาหยุดอยู่หน้าห้อง  ทั้งสามเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่อย่างเงียบกริบ แม้แต่ลมหายใจก็ยังถูกบังคับให้ระบายออกมาเพียงแผ่วเบา  อุณหภูมิรอบด้านลดลงตั้งแต่เมื่อไรไม่มีใครทันได้รู้สึก

 

แอ๊ดดดดดด......ด...ด

 

           ประตูห้องถูกเลื่อนเปิด พร้อมๆกับเงาร่างที่เคลื่อนกายเข้ามาในความมืดสลัว เมื่อร่างนั้นกระทบเข้ากับแสงจันทร์สิ่งที่สามโจรได้เห็นคือใบหน้าสวยได้รูป ราวกับภาพวาด รูปร่างสะโอดสะองน่ามอง จะเสียก็แต่พอเคลื่อนมองต่ำตั้งแต่ลำคอขาวลงมาสิ่งที่เห็นก็คือหน้าอกที่แบน เรียบสนิท หาได้มีสิ่งที่สามโจรผู้หื่นกระหายคาดหวังไม่ หนึ่งในนั้นถึงกับฝันสลาย สบถอยู่ในใจ หน้าตาดีแต่แม่งเอ๊ย...นี่มันผู้ชายชัดๆ !!

 

          หนุ่มน้อยหน้ามนสาวเท้าเข้ามาในห้องเงียบๆ  ชุดกิโมโนที่สวมใส่ยิ่งทำให้เขาดูราวกับบุคคลที่หลุดออกมาจากภาพวาดญี่ปุ่น ยุคเก่าที่หาได้ยาก  ถ้าไม่ติดว่ากำลังตะลึงหนึ่งในกลุ่มโจรคงสบถออกมาดังๆว่าไอ้บ้านี่มันมาจาก ไหนถึงได้แต่งตัวยังกับหลุดออกมาจากโรงละคร  รึว่านี่จะเป็นอีกแฟชั่นหนึ่งของการแต่งแฟนซีวันฮัลโลวีน  แต่เดี๋ยวนะ....บ้านนี้ไม่มีคนอยู่  แล้วเจ้าหนุ่มนี่ก็ไม่น่าใช่คนอาศัย  แล้วมันมาทำไมวะค่ำๆมืดๆ

 

          ฝีเท้าแผ่วเบายังคงย่ำเข้ามาในห้องเรื่อยๆ  ตัวเจ้าของก็ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่ได้ตระหนักถึงชายอีกสามคนที่ ล่วงล้ำเข้ามาฉกฉวยสิ่งของในบ้าน  ริมฝีปากพึมพำถ้อยคำที่ยากจะได้ยินได้อย่างชัดเจน

 

“............อีกแล้ว............................คนเดียว........ ”

 

“ เฮ้ย แก !!  ”  โจรร่างยักษ์ผู้หลุดออกจากภวังค์ก่อนใคร ตระโกนกร้าวท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด  แต่การเรียกร้องความสนใจก็ยังไม่เป็นผลเมื่อหนุ่มน้อยไร้ที่มาไม่แม้แต่จะ หันมองต้นเสียง  เขาเดินช้าๆไปทั่วห้องและยังคงบ่นพึมพำกับตัวเองเหมือนเดิม

 

“  ...............คนเดียว...........คนเดียว................อีกแล้วนะ.....”

 

           พี่บึ๊กฉุนเฉียวในทันใดเมื่อตนถูกเมิน โจรรายที่สองผู้รู้สึกตัวตามมาติดๆกระโดดออกจากเงามืดแล้วล็อคคอเด็กหนุ่ม ไว้จากทางด้านหลัง

 

“ อย่าขยับ ! แกเป็นใคร มาจากไหนวะ  ....ชิบเป๋ง ตัวแม่งเย็นชะมัด !!  ” โจรเบอร์สองตวาดเสียงดัง

 

“ อยู่เงียบๆ อย่าโวยวายนะมึง ขืนแหกปากกูแทงไส้ทะลัก  ”  ใบมีดคมกริบถูกกวัดแกว่งไปมาอยู่ตรงหน้าเป็นการขู่ 

ท่าทีหนุ่มน้อยยังคงนิ่งเฉยแต่นัยน์ตาเบิ่งกว้าง เขาไม่ได้ตกใจเพราะหวาดกลัวหากแต่ประหลาดใจเพราะคาดไม่ถึงกับสิ่งที่กำลังเจอ

 

“ เฮ้ย ! มึงไปเอาเชือกมามัดมันไว้ก่อนดิ๊  แล้วหาอะไรมาอุดปากมันไว้ด้วย เกิดมันร้องโวยวายขึ้นมาจะซวยกันหมด ” โจรผู้ล๊อคคอเหยื่อร้องสั่งอีกคนที่เหลือ

 

“ ถึงร้องไปก็ไม่มีใครได้ยินหรอก บ้านนี้อยู่ห่างบ้านอื่นออกมาซะไกลขนาดนี้  แต่ดูมันดีๆแล้วกันกูจะขนของต่อล่ะ  ”

 

“ เออจริง  แล้วแม่งโผล่มาจากไหนคนเดียววะ  ” 

 

          กลุ่มโจรพูดคุยกันเองไม่ทันสังเกตเด็กหนุ่มที่ก้มหน้านิ่ง   โจรหนุ่มที่มักจะตกเป็นเบี้ยล่างของคนอื่นในกลุ่มอยู่เสมอคว้าเชือกแล้วตรง เข้าไปยังหนุ่มน้อยที่ดวงซวยมาเจอพวกตน  ทันใดนั้นเขาสังเกตเห็นว่าคนตรงหน้าแสยะยิ้มและหัวเราะในลำคอขึ้นเบาๆ  เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเข้าพอดี  วูบหนึ่งที่คนเป็นโจรเองกลับต้องรู้สึกขนลุกและกลัวจับขั้วหัวใจริมฝีปากได้ รูปยังคงแย้มยิ้ม  นิ้วมือที่ขาวซีดยกขึ้นแตะท่อนแขนที่ล๊อคคอตน  สัมผัสที่เย็นเฉียบทำเอาคนถูกจับต้องสะดุ้ง

 

“ ......ใช่ไหม ?........สินะ..... ”  หนุ่มน้อยพึมพำตามด้วยเสียงหัวเราะ  เหลือบมองคนที่ล๊อคคอตัวเองแล้วหันกลับมามองคนที่กำลังเดินเข้าไปหาพร้อม เชือกในมือด้วยสีหน้าระรื่น

.

.

.

.

.

.

“ เจ้ามองเห็นข้าใช่ไหม ? ” 

.

.

.

.

“ หัวเราะXXอะไรวะ  หรือมันกลัวจนเป็นบ้าไปแล้ว  ”  โจรกระจอกร่างหมีควายชะงักการกวาดของมีค่าใส่ถุง  หันไปมองเพื่อนโจรอย่างไม่สบอารมณ์ 

 

            หนุ่มน้อยที่เคยถูกจับกุมกลายเป็นคนที่กุมคออีกฝ่ายเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว   ร่างสูงใหญ่ของหนึ่งโจรที่แม้จะใหญ่ไม่เท่าเพื่อนอีกคนถูกยกขึ้นสู่อากาศ  สองมือตะเกียกตะกายพยายามแกะมือที่กุมอยู่รอบคอ  แต่มือเดียวที่ซีดขาวนั่นก็หาได้กระทบกระเทือนไม่ เยื้องไปอีกหน่อยคือโจรที่มีร่างเล็กสุดนั่งทรุดกองอยู่กับพื้น  ตัวสั่นเทาดวงตาเบิ่งโพลงจดจ้องอยู่ที่เด็กหนุ่มตรงหน้า  นัยน์ตาที่หันไปสบเข้าเมื่อครู่  อยู่ๆก็ซีดลงจนกลายเป็นสีขาวขุ่น  แม้จะมีร่องรอยของความพอใจที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นให้เห็นในแววตา แต่นั่นก็ไม่ใช่ตาของมนุษย์  มันดูไร้ชีวิตมากเกินไปราวกับศพที่ตายไปนานแล้ว

 

             เด็กหนุ่มหันมองโจรร่างยักษ์พลางแสยะยิ้ม  มือของเขาบีบค้างอยู่ที่คอเพื่อนโจรอีกคนเหมือนเดิม  ไม่ได้บีบแรงขึ้นแต่ก็ไม่ได้อ่อนแรงลง  ปล่อยให้ตะเกียกตะกายด้วยความทรมานอยู่อย่างนั้น

 

“ เจ้าเองก็มองเห็นข้าเหมือนกันสินะ....”

 

ตุบ... 

 

          ร่างโจรถูกปล่อยลงนอนกองกับพื้น  ไอสำลักอยู่ครู่พยายามสูดเอาอากาศเข้าไปเต็มปอด ให้ตาย.... เด็กนั่นมันตัวบ้าอะไร วูบเดียวก็รู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาซะเฉยๆ  แล้วอยู่ๆก็ถูกคว้าคอขึ้นง่ายๆซะอย่างนั้น  ดิ้นแทบตายแต่ไม่มีทีท่าว่าจะหลุดออกจากอุ้งมือนั่นได้เลยซักนิดเดียว 

 

“ มองเห็นข้ากันทุกคนเลยใช่ไหม ? ” 

 

          เด็กหนุ่มยิ้มหวานที่ชวนขนหัวลุก  แม้แต่โจรร่างใหญ่เหมือนหมีควายยังรู้สึกได้ว่ามันมีอะไรน่าหวั่นเกรงกว่า แค่ที่ตาเห็น  เขาเองก็ไม่รู้ทำไมว่าร่างเล็กๆข้างหน้านั่นกลับทำให้อาการห่ามเมื่อครู่ลด ลงและขาทั้งสองข้างก็ดันก้าวไม่ออก

อาจจะเพราะตั้งแต่สบตาสีขาวขุ่นนั่น ก็รู้ตัวแล้วว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคงไม่ใช่คน...

 

“ เห็น.....สินะ ”  วูบเดียวร่างของเด็กหนุ่มก็มาปรากฏขึ้นตรงหน้า   ดวงตาขาวขุ่นเงยขึ้นจดจ้องพร้อมด้วยยิ้มแสยะอย่างถูกใจ 

 

“ อยู่คนเดียวมาตั้งหลายร้อยปี  รู้รึเปล่าว่ามันเหงามากเลยนะ ”

 

“ นานๆจะมีคนมาที่นี่ที แต่ข้าที่มองเห็นพวกนั้นแค่ฝ่ายเดียวมันจะมีประโยชน์อะไร  ” 

 

ฉึกกก......ก  ใบมีดคมกริบเสียบเข้าทะลุท้องผู้เคยเป็นเจ้าของ  เสียงร้องดังลั่นขึ้นทันทีที่สติกลับคืนร่าง  

 

“ ก....แก... ”   ร่างใหญ่ฝืนความกลัวในอกเงื้อมือชกใส่คนตรงหน้าไปเต็มแรง  แต่ท่อนแขนกำยำกลับถูกคว้าเอาไว้อย่างง่ายดาย

 

“ เวลาเล่น...มันไม่สนุกหรอก  ”  

 

ฉึกกก....ก  ใบมีดถูกแทงซ้ำอีกครั้งเข้าที่เก่า  ร่างยักษ์ร้องโหยหวนขึ้นอีกครั้ง 

 

"ไส้ยังไม่ทะลักเลย แค่นี้ร้องซะลั่น ใจเสาะจัง "

 

          หนุ่มน้อยยิ้มแสยะ  กรีดใบมีดจากจุดเดิมไปอีกทางจนกลายเป็นแผลกว้าง  หน้าท้องเปิดออกเลือดไหลนองทะลัก  พอสะบัดใบมีดเลือดสดๆก็กระเซ็นไปถูกโจรอีกคนที่นั่งตัวสั่นอยู่กับพื้น  เขาเป็นแค่โจรกระจอกธรรมดางัดแงะลักเล็กขโมยน้อยเข้าบ้านคนอื่นไปเรื่อย เปื่อย  ไม่เคยคิดถึงขั้นจะต้องไปปล้นฆ่าทำร้ายใคร  และไม่เคยคิดว่าจะได้มาเจอกับฉากฆาตกรรมสดๆตรงหน้า  ถ้าเด็กนี่เป็นคน  มันก็คือฆาตกรโรคจิตที่ดูจะเริ่มสนุกสนานกับการได้ละเลงเลือด  เขาอยากไปจากที่นี่  แต่ขาทั้งสองข้างกลับไม่ยอมทำตามที่สมองสั่ง  และที่แย่กว่านั้นคือเด็กนี่ไม่ใช่คน  ดูได้จากนัยน์ตานั่นและการที่อยู่ๆก็หายตัวจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้ใน พริบตา  ถ้าหากเขาคิดจะหนี....ก็ยังมองไม่เห็นว่าจะหนีไปได้ยังไง

 

          เสียงขยับดังขึ้นข้างๆกาย  เพื่อนโจรอีกคนที่เหลือรอดพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น  รอบคอกายเป็นสีคล้ำและเรี่ยวแรงดูเหมือนจะโดนสูบหายไปหมด  ทั้งๆที่มีร่างกายกำยำมากกว่าหนุ่มนั้นอยู่หลายขุมแต่กลับไม่สามารถต่อสู้ ขัดขืนได้เลยแม้แต่นิด เป็นที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนแล้วว่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้าหาใช่มนุษย์ปกติธรรมดาไม่

โจรเบอร์สองโซซัดโซเซไป ที่ประตูทางออก แค่เอื้อมมือเดียวก็ถึงประตูที่อยู่ข้างหน้า  แต่ก็ถูกกระชากกลับมาหงายหลังล้มตึงที่พื้นห้องอีกครั้ง  พร้อมกันนั้นมีดเล่มเดียวกันกับที่กรีดท้องเพื่อนก็ปักเข้าที่ฝ่ามือตนจน เกือบมิด เสียงร้องระงมดังไปทั่วบ้านปะปนไปกับเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นเรื่อยๆอย่าง สนุกสนาน  

 

            กลัว....กลัว   โจรกระจอกรายสุดท้ายตัวสั่นเทิ้ม  รู้สึกตัวแน่แล้วว่าไม่พ้นเดี๋ยวตัวเองจะต้องเป็นรายต่อไป  มันเป็นความซวยของพวกเขาที่เลือกเข้าผิดบ้านแค่เพราะได้ยินว่าไม่มีใครอาศัย อยู่   เขารู้แล้วว่าจริงๆมันไม่ใช่ไม่มีใครอยู่แต่ที่นี่ใครก็อยู่ไม่ได้ต่างหาก นั่นเพราะที่นี่มีเจ้าสิ่งนี้อยู่ในบ้านมานานหลายร้อยปี  เขาเหลือบมองสองร่างของเพื่อนโจรที่นอนดิ้นทุรนทุราย  ไม่มีใครตายแต่ต่างก็เจ็บปวดทรมานแสนสาหัส  ความกลัวในหัวใจไม่อาจควบคุมไว้ได้อีกต่อไป  มันแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด  ทั้งทางร่างกาย สีหน้า  และแววตา....

 

 

“ มันไม่สนุก.... เพราะมันไม่มีใครมองข้าด้วยสายตาแบบนี้ยังไงล่ะ  ”   เสียงเย็นเยียบกระซิบเข้าข้างหู   และใบมีดเย็นเฉียบก็จรดเข้าที่ลำคอ.....

 

 

.

.

.

.

.

 

 

 

 

“วันฮัลโลวีน มันดีอย่างนี้เองสินะ ดีจังเลย ” 

 

          เสียงหัวเราะใสๆดังกังวานไปทั่ว  ไกลออกไปหน่อยข้างนอกนั่นกำลังมีงานเลี้ยงฉลองที่สนุกสนานรื่นเริง มีดนตรี มีเสียงอึกทึก  ในบ้านนี้แม้ไม่มีดนตรีแต่ก็มีเพื่อนฉลอง มีเสียงร้องและเรื่องสนุกๆเกิดขึ้นไม่แพ้กันเลยเชียว  คืนนี้ไม่เหงาแล้วนะ

 

“ ไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกแล้ว  ” 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“Happy  Halloween”

 

 

 

 

END.

///////////////////

 

 

(-w-      ) ฟิ้วววววววว  เผ่นนนนนน 

 

 

edit @ 7 Nov 2010 14:53:10 by ~TrisTaniA~